26 September, 2016

ตัวอย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการจัดการศึกษา

0 ความคิดเห็น
 

ปัจจุบันสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นอีกเวทีในการสื่อสาร การแลกเปลี่ยนข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือวิดีทัศน์ Social media มีบทบาทสำคัญต่อผู้ใช้งานเว็บไซต์ในหลายด้าน เป็นส่วนเชื่อมต่อสังคมจากทุกมุมโลกมาสู่สังคมเครือข่ายที่ยิ่งใหญ่ในชื่อ Social Networkเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการจัดการศึกษา
Social Network คือ เครือข่ายของสังคมออนไลน์ที่ให้คุณเข้าถึงกลุ่มคน หรือ SHARE ในสิ่งที่สนใจร่วมกัน Hi5, Friendster, My Space, facebook, Orkut, Bebo …เว็บ SNS (Social Network Site) ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นเว็บที่สร้างขึ้นมาเพื่อบริการให้สมาชิกใช้เป็นเวทีในการติดต่อธุรกิจหรือสร้างสังคมบนอินเทอร์เน็ตเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการจัดการศึกษา

เรามาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากสไลด์ประกอบการบรรยายด้านล่าง


View 2016education30.ppt and other presentations by mediathailand.
Readmore...
12 September, 2016

แนวทางการนำเครือข่ายสังคมออนไลน์ไปใช้ในการจัดการศึกษาออนไลน์

0 ความคิดเห็น
 

ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน มุ่งพัฒนาคนไทยทุกกลุ่มวัยให้มีความสามารถ ด้วยการพัฒนาให้มีจิตสาธารณะหรือสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม 5 ด้าน ทั้งการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต คิดเป็น ทำเป็น การสะสมความรู้และนำมาคิดเชื่อมโยง เกิดเป็นความคิดริเริ่ม และสร้างสรรค์ การเปิดใจกว้างพร้อมรับทุกความคิดเห็นและการปลูกฝังให้จิตใจมีคุณธรรม รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมของครอบครัวชุมชนและสังคมให้มั่นคง เอื้อต่อการพัฒนาคน


การศึกษาออนไลน์ คือ ระบบหรือวิธีการที่พึ่งพาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการสื่อสาร     นำมาสนับสนุนเพื่อให้เกิดช่องทางการเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ เกิดวิธีการจัดการศึกษาแบบใหม่ วิธีการเรียนรู้(ที่น่าสนใจ)ใหม่
แต่การศึกษาออนไลน์หรือปัจจุบันที่รู้จักกันในนามของ e-learning นั้นได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ผันแปรไปตาม generation ของ web technology 

เรามาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากสไลด์ประกอบการบรรยายด้านล่าง

View 2016education10.ppt and other presentations by mediathailand.
Readmore...

รูปแบบประเภทของเครือข่ายสังคมออนไลน์

0 ความคิดเห็น
 


Social Network คือ สังคมการติดต่อสื่อสารผ่านเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Virtual Community โดยสมาชิกในกลุ่มหรือสังคมนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องรู้จักตัวตนจริงๆ



เว็บไซต์ที่ให้บริการ Social Network Service (SNS)มีหลายแห่ง แต่ละแห่งได้พัฒนาเทคนิคของระบบ ให้ดูเด่น มีความน่าสนใจ เราสามารถนำ SNS นี้ ใช้เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนความรู้และทำงานร่วมกันได้

กลุ่มหลักๆ ของ SNS เพื่อการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้แบ่งออกได้ดังนี้ ดูจากสไลด์ด้านล่าง





View 2016education20.ppt and other presentations by mediathailand.
Readmore...
19 February, 2016

Blogger : 20 การเพิ่ม Code วัน เวลา ปฎิทิน ประดับในบล็อก (2)

0 ความคิดเห็น
 
หลังจากนำ Code Script เพื่อเพิ่ม วัน เวลา และปฎิทิน มาให้ได้แต่งเติมไปแล้ว ใน http://mediathailand.blogspot.com/2016/02/blogger-19-code.html ซึ่งจะเป็น Code script แบบ HTML5 ล้วนๆ เพราะแบบ Flash อาจจะไม่สามารถ แสดงข้อมูล ออกมาหรือ ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะ Smartphone Android OS ได้ ในบทเรียนนี้ จึงแนะนำการใช้ภาษา code ที่เป็น HTML 5  มาใช้แทน ซึ่งเป็น code สำเร็จรูปเรียบง่าย แต่ ดูดี ก่อนอื่นหากท่านที่ยังไม่รู้วิธีทำ ก็ขอทบทวนการติดตั้งกันอีกที ดังนี้

การสร้างงานต้องทำผ่าน แดชบอร์ด ตรงส่วน Layout หรือ รูปแบบ ซึ่งมีอยู่ใน Blogger เอง โดยมีวิธีการ ดำเนินการ ดังนี้

1.เปิด แดชบอร์ด ไปที่ Setting หรือส่วนการตั้งค่า

2.เลือกรายการ Layout หรือ รูปแบบ ที่ฝั่งซ้าย ดังภาพด้านล่าง เมื่อได้ Layout Page มาแล้ว ให้กำหนดตำแหน่งที่ท่านจะวาง ส่วนที่ใช้วาง code script

3. เมื่อกำหนดบริเวณได้แล้ว ให้คลิกเลือกรายการ Add a Gadget หรือ เพิ่ม Gadget ที่อยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งจะเกิดหน้าต่าง Add a Gadget  เลือกหารายการ ที่ชื่อว่า HTML/Java Script  คลิกเลือกที่เครื่องหมาย +

 
4. จะเกิดกรอบหน้าต่างสำหรับวาง code script ดังภาพ
5. ทำการตั้งชื่อ และนำ code ที่ต้องการวางลงในพื้นที่เขียน script
 
6. คลิกปุ่ม บันทึก แล้วปิดหน้าต่างได้
 
7. ตรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ ก็จะมีนาฬิการ หรือ ปฎิทิน แสดงผล ตามที่กำหนดไว้
 
 
 
หมายเหตุ :  หากต้องการแสดงผล ให้อยู่ตรงกลาง ให้เพิ่ม คำสั่ง Tag Center ลงไป
 

<center> ................ส่วนที่เป็น code script..................... </center>

 
 ดูชุดหนึ่ง ที่ http://mediathailand.blogspot.com/2016/02/blogger-19-code.html
 
 
ต่อไปนี้เรามาดูรูปแบบพร้อม Code คำสั่งในแต่ละแบบกัน เป็นชุดที่ 2
 
 


code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:170px;height:50px;"src="http://www.clocktag.com/html5/dt161.html"></iframe>

.................................................................
 



code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:170px;height:50px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt162.html"></iframe>

.................................................................



code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:170px;height:50px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt163.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:190px;height:50px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt172.html"></iframe>

.................................................................





code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:190px;height:50px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt173.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:100px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/m192.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:100px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/m193.html"></iframe>

.................................................................





code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:100px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/m196.html"></iframe>

.................................................................





code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t21.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t22.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t23.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t12.html"></iframe>

.................................................................
 

code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t13.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
< iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:120px;height:120px;" src="http://www.clocktag.com/html5/t11.html"></iframe>


.................................................................
ข้อควรระวัง
อย่านำ code นี้ ไปใช้ในหลายที่นัก เพราะ อาจจะทำให้การแสดงผล ช้าลง
Readmore...
17 February, 2016

Blogger : 19 การเพิ่ม code วัน เวลา ปฎิทิน ประดับในบล็อก (1)

0 ความคิดเห็น
 
วันนี้ นำเทคนิคพิเศษหนึ่งมาใช้ประดับให้บล็อกดูมีสีสันและมีเสน่ห์ นั้นคือการเพิ่มนาฬิกา และปฎิทิน ที่จริงแล้วมีสคริปคำสั่งที่แสดงผลได้ ทั้งแบบ HTML5 และ แบบ Flash แต่เนื่องจากในบาง Device สคริปที่มาจาก Flash อาจไม่สามารถแสดงข้อมูลโดยเฉพาะ Smartphone Android OS ได้ ในบทเรียนนี้ จึงแนะนำการใช้ภาษา code ที่เป็น HTML 5  มาใช้แทน ซึ่งเป็น code สำเร็จรูปเรียบง่าย แต่ ดูดี (เนื่องจากการนำ code script มาแสดงผลเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้การแสดงผลบนบล็อกช้าลงจึงขอแบ่งออกเป็น 2 ชุด)

การสร้างงานต้องทำผ่าน แดชบอร์ด ตรงส่วน Layout หรือ รูปแบบ ซึ่งมีอยู่ใน Blogger เอง โดยมีวิธีการ ดำเนินการ ดังนี้

1.เปิด แดชบอร์ด ไปที่ Setting หรือส่วนการตั้งค่า

2.เลือกรายการ Layout หรือ รูปแบบ ที่ฝั่งซ้าย ดังภาพด้านล่าง เมื่อได้ Layout Page มาแล้ว ให้กำหนดตำแหน่งที่ท่านจะวาง ส่วนที่ใช้วาง code script


3. เมื่อกำหนดบริเวณได้แล้ว ให้คลิกเลือกรายการ Add a Gadget หรือ เพิ่ม Gadget ที่อยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งจะเกิดหน้าต่าง Add a Gadget  เลือกหารายการ ที่ชื่อว่า HTML/Java Script  คลิกเลือกที่เครื่องหมาย +



 
4. จะเกิดกรอบหน้าต่างสำหรับวาง code script ดังภาพ

5. ทำการตั้งชื่อ และนำ code ที่ต้องการวางลงในพื้นที่เขียน script
 
6. คลิกปุ่ม บันทึก แล้วปิดหน้าต่างได้
 
7. ตรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ ก็จะมีนาฬิการ หรือ ปฎิทิน แสดงผล ตามที่กำหนดไว้
 
 
 
หมายเหตุ :  หากต้องการแสดงผล ให้อยู่ตรงกลาง ให้เพิ่ม คำสั่ง Tag Center ลงไป
 

<center> ................ส่วนที่เป็น code script..................... </center>

 
 
ต่อไปนี้เรามาดูรูปแบบพร้อม Code คำสั่งในแต่ละแบบกัน
 
 




code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:175px;height:80px;"src="http://www.clocktag.com/html5/d171red1.html"></iframe>

.................................................................
 




code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:175px;height:80px;" src="http://www.clocktag.com/html5/d171black1.html"></iframe>

.................................................................




 
 
code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:175px;height:80px;" src="http://www.clocktag.com/html5/d171blue1.html"></iframe>

.................................................................
 
 

 
code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:270px;height:25px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt41.html"></iframe>

.................................................................


code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:130px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt151.html"></iframe>

.................................................................
 
 

code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:130px;height:100px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt152.html"></iframe>

.................................................................




code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:165px;height:130px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt231.html"></iframe>

.................................................................
 



code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:165px;height:130px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt232.html"></iframe>

.................................................................
 
 

code ที่ใช้
<iframe style="overflow:hidden;border:0;margin:0;padding:0;width:165px;height:130px;" src="http://www.clocktag.com/html5/dt233.html"></iframe>

.................................................................
ข้อควรระวัง
อย่านำ code นี้ ไปใช้ในหลายที่นัก เพราะ อาจจะทำให้การแสดงผล ช้าลง

ดู Code Script ชุดที่ 2 ที่ http://mediathailand.blogspot.com/2016/02/blogger-20-code-2.html
Readmore...

Blogger : 18 การลบ Comment

0 ความคิดเห็น
 

ผู้ใช้งาน Blogger ในระยะยาวที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถแสดงความคิดเห็นที่เรียกว่า comment  จะประสบปัญหาหนึ่งที่ส่งผลต่อการเผยแพร่ผลงาน นั่นคือ  comment ที่แฝงการโฆษณา หรือใช้ข้อความก่อกวน ซึ่งเราจะพบว่าข้อความเหล่านั้นไม่ระบุชื่อผู้ส่ง สิ่งเหล่านี้ เราอาจจะเรียกมันว่า SPAM ก็คงไม่ผิด หากมาทีละข้อความก็อาจจะลบได้ทางหน้าเนื้อหานั้นๆได้ แต่ถ้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก การลบทีละข้อความ นับเป็นภาระที่หนัก และเกิดความรำคาญ ในบทความนี้ จะแนะนำให้ท่านสามารถเข้าถึง comment เหล่านั้น และเลือกลบข้อความต่างๆมากกว่า 1 รายการได้ เรามาดูวิธีการกัน

1.ไปที่หน้า Dashboard

 
2.ที่เมนูรายการด้านซ้าย คลิกเลือกรายการความคิดเห็น (Comments) จะพบรายการความคิดเห็นที่มีผู้โพสต์เข้ามา ให้ทำการคลิกเลือกที่ช่อง checkbox
 
 
3.ทำการคลิกที่ปุ่มลบ หรือหากคิดว่าสิ่งนั้นมาจากแหล่งก่อกวน ให้เลือกรายการ สแปม ได้เลย ระบบจะป้องกันการก่อกวนนี้จากเลข IP หรือชื่อของผู้ส่ง เป็นการถาวร
Readmore...
08 February, 2015

Blogger : 17 เพิ่มแบบสอบถามจาก Google ลงในหน้าบล็อก

0 ความคิดเห็น
 

ปัจจุบันการใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในเกือบทุกวงการ ไม่ว่าภาคธุรกิจ การสร้างงานวิจัยต่างๆ หรือแม้กระทั่งวงการศึกษา สำหรับผู้ใช้ Application ภายใต้ร่มเงาของ Google ซึ่งรวมถึง Blogger ที่ท่านกำลังใช้งานอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถใช้คำสั่ง เพื่อนำฟอร์มของแบบสอบถามที่ท่านสร้างไว้ผ่าน Google Drive ซึ่งอาจจะมีหลากหลายวิธีการ แต่ mediathailand นี้จะขอเสนอวิธีการหนึ่งที่ไม่ยาก โดยมีวิธีการ ดังนี้

1.ก่อนดำเนินการ ท่านต้องสร้างแบบสอบถามให้เรียบร้อยด้วย

2. เปิดหรือเลือกไฟล์แบบสอบถามที่ท่านสร้างไว้



3. ทำการคลิกที่ปุ่ม ส่งฟอร์ม  (สีฟ้า) ซึ่งจะเกิด หน้าต่างใหม่ซ้อนทับขึ้นมา ซึ่งจะมีรายละเอียด ของการนำไปใช้งานดังภาพข้างล่าง


ในกรอบวงรีที่แสดง คือ links ที่ท่านจะนำไปใช้งาน  ให้ทำการ copy ไว้ ทำการปิดโดยคลิกปุ่ม เสร็จสิ้น สีฟ้า ดังรูป

4.ไปที่เว็บ Blogger ที่ท่านเป็นสมาชิก เข้า Login ในฐานะผู้สร้างงาน


5. ไปที่หน้าควบคุมระบบบล็อกหรือที่เรียกว่าแดชบอร์ด (Dashboard) แล้วดูตรงส่วนควบคุมบล็อก (ซึ่งจะอยู่ด้านซ้ายมือ) คลิกเลือกรายการ ชื่อ รูปแบบ หรือ Layout


6. จะเกิดกลุ่มรายการ Gadget ค่าพื้นฐาน 28 รายการ ให้คลิกเลือกรายการ
HTML/จาวาสคริปต์ ดังภาพ


7. จะเกิดหน้าต่างเพื่อวางคำสั่ง ให้ตั้งชื่อ Gadget นี้ (ตามแต่จะตั้งแต่ให้สื่อความหมายด้วย) ในที่นี้ตั้งว่า แบบสอบถามความคิดเห็น

8. ทำการวาง Tag คำสั่งลงไป
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
<div class="separator" style="clear: both; text-align: center;">
<br /></div>
<div>
<iframe
frameborder="1"  name="text" scrolling="yes" src="http://goo.gl/forms/pngYJKxb1M" width="650" height="1000">
</iframe>
</div>

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

เฉพาะสีแดง เป็นส่วนข้อความคำสั่งบังคับ
เฉพาะสีชมพู คือ link from ที่สร้างจาก Google ตามที่ท่านได้ copy ไว้
ส่วนสีนำเงินปรับตัวเลขได้
width=650 ความกว้างของแบบสอบถาม
height=1000 ความสูงของแบบสอบถาม
frameborder=1 กำหนดเลข 1 แสดงขอบ ไม่ให้แสดง เป็น 0
scrolling=yes กำหนดให้แสดงแถบ scroll bar ด้านข้าง  yes  แสดง  no ไม่แสดง

9. ลากวาง Gadget ตัวนี้ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ (ส่วนใหญ่ก็จะไว้ท้ายหน้า)

ผลที่ปรากฎ ด้านล่าง


Readmore...

Blogger : 16. การกำหนดสิทธิ์ผู้อ่าน Blogger

0 ความคิดเห็น
 
การกำหนดสิทธิ์ผู้อ่าน Blogger
โดยปกติ ทุกคนสามารถเข้าอ่าน/ใช้งานบล็อกได้ แต่ในบางกรณี เราอาจต้องการจำกัดผู้ใช้ให้อยู่ในวงจำกัด เช่น เฉพาะในหมู่ผู้เขียน หรือ เฉพาะบุคคลที่ระบุ ก็สามารถทำได้ ดังนี้
1. เข้าไปที่ หน้าควบคุมระบบบล็อกหรือที่เรียกว่าแดชบอร์ด (Dashboard) ของ Blogger
2. เลือก การตั้งค่า (Setting) > พื้นฐาน (Basic)
3. ที่ส่วน Permissions เลือกที่รายการ ส่วนผู้อ่านบล็อก(Blog Readers)  คลิกที่ Edit



4. ซึ่งเมื่อคลิกแล้ว จะปรากฎส่วนขยาย ซึ่งมีค่าพื้นฐาน 3 เงื่อนไข คือ
   (1)  สาธารณะ (Public) สำหรับเผยแพร่ให้ผู้อ่านทั่วไป
   (2)  ส่วนตัว (Private - Only blog authors) เป็นรูปแบบส่วนตัวเฉพาะกลุ่มผู้เขียนบล็อกเท่านั้น และ
   (3)  ส่วนตัว (Private - Only these readers) เฉพาะผู้อ่านเหล่านี้เท่านั้น
         เงื่อนไขนี้ ถือเป็นระบบปิด ผู้สร้างต้องกำหนดอีเมล์ผู้อ่านปลายทางลงในช่อง
         เป็นการให้บริการในแบบสมาชิก หรือ แบบเจาะจงผู้รับ



(ดูแบบภาษาไทย)



4. เมื่อกำหนดเงื่อนไขผู้อ่านเสร็จแล้ว คลิกที่ ปุ่มบันทึกการเปลี่ยนแปลง (Save changes) ด้วย
Readmore...

Blogger : 15. การกำหนดสิทธิการดูแลและการเขียนบทความของผู้ใช้งาน

0 ความคิดเห็น
 
จากการใช้งานตามสภาพจริง ผู้ใช้ Blogger แบ่งตามการใช้งานจะมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ
1. ผู้จัดทำหรือผู้สร้างบล็อก และ
2. ผู้อ่านบล็อก
ซึ่งผู้ใช้งานแต่ละประเภท จะมีสิทธิ ในการเข้าถึงส่วนต่างๆของ Blogger ที่แตกต่างกัน และในแต่ละกลุ่ม ยังมีสิทธิในการเข้าถึงที่ไม่เท่ากันอีกด้วย ซึ่งผู้สร้างที่เป็นเจ้าของจริงๆนั้นสามารถกำหนดสิทธิ์ของผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่มให้เป็นไปตามความต้องการของผู้จัดทำหรือผู้สร้างได้

สิทธิผู้จัดทำหรือผู้สร้างบล็อก
ผู้จัดทำหรือผู้สร้างบล็อก ในแต่ละบล็อก สามารถเพิ่มผู้ร่วมดูแล และผู้เขียน มีได้สูงสุด จำนวน 100 คน โดยแบ่งระดับ ออกเป็น 2 ประเภท คือ Admin (ผู้ดูแล) และ Author (ผู้เขียน)



การเพิ่มผู้เขียนบล็อก (Author)



1.เข้าไปที่ หน้าควบคุมระบบบล็อกหรือที่เรียกว่าแดชบอร์ด (Dashboard) ของ Blogger
2.เลือก การตั้งค่า (Setting) > พื้นฐาน (Basic)
3.ตรงส่วนผู้เขียนบล็อก (Blog Authors) คลิกเพิ่มผู้เขียน (Add authors)
4.พิมพ์อีเมล์ ของผู้ที่จะเชิญมาเป็นผู้เขียน สามารถพิมพ์ได้หลายชื่ออีเมล์ ถ้าพิมพ์หลายชื่ออีเมล์ แต่ละชื่อให้คั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,)


5.เมื่อพิมพ์อีเมล์ของผู้ที่เชิญในช่องเรียบร้อย คลิกที่ปุ่มเชิญผู้เขียน (Add Authors) Blogger จะส่งเมล์เชิญไปยังอีเมล์ที่ระบุไว้ ซึ่งสิทธิขั้นต้นจะเป็นเพียงผู้เขียน (Authors) โดยอัตโนมัติ


ซึ่งหลังจากตอบรับจะปรากฎข้อความแจ้งกลับมาทางระบบผ่านไปทางอีเมล์ของผู้ถูกเชิญ



6.เมื่อผู้ได้รับเชิญ เปิดเมล์ และทำการตอบรับคำเชิญ (Accept invitation) ก็จะปรากฏชื่อของบุคคลนั้น ในกรอบของผู้เขียนบล็อกในหน้าแดชบอร์ด (Dashboard) ของ Blogger ทันที



7.ถ้าผู้รับเชิญยังไม่มีบัญชี ของ Blogger จะต้องสมัครสมาชิกของ Blogger โดยทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในอีเมล์

การเพิ่มผู้ดูแล (Admin)
ผู้จัดทำหรือผู้สร้างบล็อกคนแรก สามารถที่จะกำหนดฐานะบุคคลที่เชิญดการยกฐานะผู้เขียนให้เป็นผู้ดูแล ผู้ดูแลทุกคน มีสิทธิ์ยกฐานะผู้เขียนเป็นผู้ดูแล ซึ่งมีวิธีการ ดังนี้
1. ไปที่หน้าควบคุมระบบบล็อกหรือที่เรียกว่าแดชบอร์ด (Dashboard)
2. ไปที่ การตั้งค่า (Setting) > พื้นฐาน (Basic) > สิทธิ์ (Permission)
3. เลือกรายการเงื่อนไขทางขวามือ เพื่อทำการเปลี่ยนสิทธิ์ของผู้เขียนที่ต้องการยกฐานะเป็นผู้ดูแล จากผู้เขียน (Author) เป็นผู้ดูแลระบบ (Admin)

หมายเหตุ  ในฐานะ Admin ทุกคนท่านสามารถแก้ไข ยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลทุกๆด้านได้ ยกเว้น สิทธิเจ้าของบล็อก ดังนั้นการกระทำใดๆ ต้องระมัดระวังด้วย
Readmore...

Blogger : 14. การสมัคร Blogger ด้วยอีเมล์อื่นที่ไม่ใช่ Gmail

0 ความคิดเห็น
 
ตลอดเวลาที่ผ่านมาผู้สมัครใช้งาน Blogger สามารถสมัครเพื่อสร้างบล็อกผ่านการใช้เมล์อื่นๆได้ แต่หลังจากที่ Blogger ได้เป็น Application ส่วนหนึ่งของ Google ไปแล้ว ทำให้ปัจจุบัน ผู้ใช้จะต้องใช้อีเมล์ของ Gmail โดยเฉพาะ

 
แต่ทราบไหมว่า เราสามารถสมัครใช้งานผ่านอีเมล์อื่นๆได้โดยเฉพาะเครือ Hotmail โดย เข้าที่ links นี้
https://accounts.google.com/SignUpWithoutGmail
 
Readmore...

Blogger : 13. การเลือกและติดตั้งธีม(Template)พิเศษนอก Blogger

0 ความคิดเห็น
 
Template หรือ Theme นับเป็นอีกเสน่ห์ของ Blog  แม้ว่า Blogger จะมีรูปแบบให้บริการหลากหลายรูปแบบ ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ได้อย่างอิสระ ในหลายกลุ่ม อาทิ Simple, Dynamic Views, Picture Windows, Awesome Inc.,  Watermark, Ethereal และ Travel รวม  30 แบบ








นอกจากนี้ ยังอนุญาตให้ผู้ใช้ปรับแต่งเพิ่มเติมทั้งสีสันฉากหลังหรือ Background ปรับขนาดความกว้างของบล็อกที่ Adjust widths รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆที่ Layout และลักษณะพิเศษอื่นๆ อีก




เพื่อให้เห็นกระบวนการดังกล่าว บทความนี้มีวิดีโอ สรุปกระบวนการ ดังกล่าว ดังนี้

 
แต่จากการที่ Blogger เป็นอีกบล็อกที่มีผู้นิยมใช้มาก ดังนั้นจึงมีผู้สร้างธีม หรือ Template ทั้งแบบต้องเสียค่าใช้จ่าย และแบบให้ใช้บริการฟรี  โดยจะขอแนะนำบางเว็บไซต์ อาทิ
 




 
 


 


 


 


 


 




 
ในการเลือกใช้ธีม(Template) เพื่อนำไปตกแต่งบล็อกที่ท่านสร้าง จากแหล่งบริการเหล่านี้ สิ่งสำคัญท่านต้องดูหมวดหรือกลุ่ม หรือประเภท ตามความเหมาะสมกับบล็อกของท่านด้วย สิ่งที่ต้องสังเกต ในการเลือกใช้ อาทิ
1.จำนวนคอลัมภ์ในหน้า(จะมี 1, 2, หรือ 3 คอลัมภ์)
2.ประเภทของแม่แบบที่ออกแบบไว้ เช่น กีฬา บันเทิง ท่องเที่ยว การศึกษา ธุรกิจ เทคโนโลยี เป็นต้น
3.สี และภาพรวม(interface) ของบล็อก
4.คุณลักษณะพิเศษเฉพาะ เช่น มีเมนูพิเศษ  มีการแสดงภาพพิเศษ เป็นต้น

การหาธีม
มีวิธีการดังนี้
1. ทำการดาวน์โหลดธีม(Template)จากเว็บไซต์ ตามที่ท่านเลือก
2. ทำการแตกไฟล์ ZIP เลือกไฟล์เฉพาะที่มีนามสกุล .xml

การติดตั้งธีม
มีวิธีการดังนี้
1. ไปส่วนกำหนด คลิกเลือกที่ Template


 
2. ไปที่ปุ่ม Backup/Restore () ทำการคลิก จะปรากฏหน้าต่างดังภาพด้านล่าง



 
3. คลิกเลือกที่ปุ่ม Browse เพื่อไปยังแหล่งที่เก็บไฟล์ที่ท่านดาวน์โหลดไว้


4. เลือกไฟล์ ซึ่งจะมีนามสกุล .xml ตามแหล่งที่เก็บ เลือกแล้วคลิกปุ่ม Open ดังภาพบน


5. จะกลับมาสู่หน้าต่าง Backup/Restore ให้ คลิกที่ปุ่ม Upload
6. หน้าบล็อกก็จะเปลี่ยนไปตามธีมที่ท่านต้องการ



 
ภาพบล็อกที่ทำการเปลี่ยนธีม แล้ว 


Readmore...

test

สาระ เนื้อหา เรื่องราว ที่ปรากฎอยู่ในบล็อกแห่งนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมผลงาน แนวคิด จากการศึกษาเรียนรู้ และประสบการณ์ในการทำงาน รวมถึงการนำมาจากแหล่งข้อมูลอื่น(ซึ่งจะแจ้ง links ต้นทาง) นำมาเผยแพร่ให้กับท่านที่สนใจ ผ่านช่องทางและเวทีบล็อกแห่งนี้ หากท่านต้องการที่จะแนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำบล็อกความรู้นี้ ติดต่อพูดคุย(ฝากข้อความ) ได้นะครับ
ขอบคุณที่กรุณาเข้าเยี่ยมชม

นายมีเดีย : mediathailand
สุวัฒน์ ธรรมสุนทร (mediath@hotmail.com)
ข้าราชการบำนาญ สำนักงาน กศน.
กระทรวงศึกษาธิการ

แบบสอบถามความคิดเห็น